Historical Park @ Buriram

posted on 07 Jul 2009 09:49 by changing

อยู่ดีๆเจ้านายชาวต่างชาติสุดที่เลิฟก็มาถามว่าทำไมเดี๋ยวนี้ไม่ค่อยไปเที่ยวเลยหล่ะ ตอบไปอย่างรวดเร็วว่าชั้นเพิ่งไปเมืองกาญเมื่อเดือนที่แล้วเองนะ แหม จะให้ไปอะไรกันทุกเดือน เงินไม่มีแล้วจ้า No money no plan ค่ะ ช่วงนี้ยิ่งจนๆเอาเงินไปซื้อบ้านหมดตัวแล้วของจริง....หนำซ้ำยังขายคอนโดไม่ได้อีก เลยตั้งปณิธานว่าต่อไปจะเที่ยวน้อยลง  ทั้งๆที่ไม่อยากจะทำงั้นเลย ได้โอกาสคุณแฟนกลับไปเยี่ยมแม่ที่โคราช เลยขอเค้าไปเที่ยวพนมรุ้งซะหน่อย ขับรถจากโคราชก็ไม่ไกลแค่ชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้น ดีกว่าไปจากกรุงเทพฯ ด้วย

ร่ำลาเจ้านายบอกว่าจะหยุดวันศุกร์ทั้งๆที่เพิ่งหยุดไปเมื่อวันอังคาร(ลาไปโอนบ้าน) เจ้านายรีบส่ง mail กลับมาว่า หยุดอีกแล้วเหรอ....555 ก็ U บอกเองว่าชั้นไม่ได้ไปเที่ยวนานแล้วไง๊...

กว่าจะได้ไปก็มีอุปสรรคนิดนึง พอดีวางแผนว่าจะพาแม่กับหลาน 2 คนไปด้วย แต่เจ้าหลานเจ้ากรรมกลับมีน้ำมูก และไอตลอดเวลา เป็นมานานแล้วยังไม่หายสักที เก๋เลยตัดสินใจไม่ไปดีกว่าค่ะ กลัว และกลัวมาก ตอนนี้เห็นใครไอ ใครจาม เนี่ย อยากอยู่ให้ห่าง ส่วนนึงก็กลัวไข้หวัด 2009 แต่ที่กลัวมากกว่าคือกลัวเชื้อไวร้สที่จะติดจากการไอเนี่ยแหละ ยังเข็ดขยาดกับการนอนโรงพยาบาลเมื่อ 3 เดือนก่อนอยู่เลยค่ะ

สุดท้ายคุณแฟนบอกว่าเราไปกัน 2 คนก็ได้ .........นี่แหละเป็นคำที่รอคอย.....

เริ่มกันด้วยปราสาทพนมรุ้งค่ะ  ถ้าขับรถไปเสียค่ารถคันละ 50 บาท ค่าบัตรต่อคนอีก 20 บาท แต่ถ้าไปเมืองต่ำด้วย จะเสีย 2 ที่แค่คนละ 30 บาทค่ะ รวมรถ + 2 คน + 2 ที่เข้าชม = 110 บาท ค่ะ

พนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สร้างขึ้นเพื่อเป็นเทวาลัยที่ประทับของพระศิวะ โดยมีรูปแบบของศิลปะเขมรโบราณค่ะ

 ทับหลังนารายณ์บรรทมศิลป์ค่ะ สวยงามมากค่ะ เราโชคดีนะคะที่ทวงคืนทับหลังชิ้นนี้จากอเมริกาได้อ่ะค่ะ

 

ปราสาทประธานค่ะ ก่อด้วยหินทรายสีชมพูมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสย่อมุมกว้าง 8.20 เมตรสูง 27 เมตร ด้านหน้าทำเป็นมณฑปโดยมีอันตราละหรือฉนวนเชื่อมปราสาทประธานนี้ เชื่อว่า สร้างโดย นเรนทราทิตย์ ซึ่งเป็นผู้นำปกครองชุมชนที่มีปราสาทพนมรุ้งเป็นศูนย์กลาง ราว พุทธศตวรรษที่ 17 ภายในเรือนธาตุตรงกึ่งกลาง เรียกว่าห้องครรภคฤหะ เป็นที่ประดิษฐานรูปเคารพที่สำคัญที่สุด ในที่นี้คือ ศิวลึงค์ ซึ่งแทนองค์พระศิวะ เป็นที่น่าเสียดายว่า ประติมากรรมชิ้นนี้ได้สูญหายไป เหลือเพียงแต่ ท่อโสมสูตร คือร่องน้ำมนต์ที่ใช้รับน้ำสรงจากการสักการะศิวะลึงค์เท่านั้น

ทางเดินด้านทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันตกเฉียงใต้ของปราสาทประธาน มีปราสาทอิฐสององค์และปรางค์น้อย จากหลักฐานทางด้านสถาปัตยกรรมและศิลปกรรม กล่าวได้ว่า ปราสาททั้งสามหลังได้สร้างขึ้นก่อนปราสาทประธานราวพุทธศตวรรษที่ 15 และ 16 ตาลำดับ

 

ส่วนทางด้านหน้าของปราสาทประธาน คือทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และทิศตะวันออกเฉียงใต้ มีอาคารสองหลัง ก่อด้วยศิลาแลง เรียกว่าบรรณาลัย ซึ่งเป็นที่เก็บรักษาคัมภีร์ทางศาสนา ก่อสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 18
ที่บริเวณหน้าบันและทับหลังของปราสาทประธานมีภาพจำหลักแสดงเรื่องราวในศาสนาฮินดู เช่นพระศิวนาฏราช (ทรงฟ้อนรำ) พระนารายณ์บรรทมสินธุ์อวตารของพระนารายณ์ เช่น พระรามในเรื่องรามเกียรติ์ หรือพระกฤษณะ ภาพพิธีกรรม ภาพชีวิตประจำวันของฤาษีค่ะ

เดินพอเหงื่อท่วมตัว เราก็มุ่งหน้าสู่ปราสาทเมืองต่ำค่ะ

ปราสาทเมืองต่ำสวยงามไม่แพ้ปราสาทพนมรุ้งนะคะ ชื่อของปราสาทเมืองต่ำเป็นชื่อมาเรียกกันในภายหลังโดยเปรียบเทียบกับพนมรุ้งที่เป็นเมืองสูงค่ะ เพราะเมืองต่ำหมายถึงพื้นที่ต่ำหรือพื้นที่ราบ ปราสาทเมืองต่ำสร้างร่วมสมัยกับปราสาทพนมรุ้ง คือในราว พุทธศตวรรษที่ 16 –17 ตามคติศาสนาฮินดูลัทธิไศวนิกาย เพื่อเป็นศาสนสถานของชุมชนเพื่อประกอบพิธีกรรม ลักษณะเด่นของปราสาทแห่งนี้คือ ปราสาทก่ออิฐ 5 หลัง ที่ตั้งอยู่บนฐานเดียวกันมีระเบียงคดล้อมรอบสองชั้น
 

คราวนี้เรามีน้องไกด์ 2 คน เป็นผู้บรรยายเรื่องราวให้เราฟังค่ะ น้องเค้าบอกว่าปกติจะมีการจัดงานเข้าพรรษาที่เมืองต่ำนี้น่ะค่ะ แต่ตอนนี้เลิกไปแล้ว เพราะมีปัญหาเรื่องขยะค่ะ เห็นด้วยนะคะ โบราณสถานอย่างนี้ไม่น่าจะมาจัดงานหรือขายของอะไรเลยค่ะ เค้าอยู่อย่างนี้ก็สวยอยู่แล้ว

สระน้ำแบบนี้ เรียกว่า บาราย ค่ะมีอยู่ 4 ด้านเลยค่ะ สวยมากค่ะ ยังไม่เคยเห็นบารายที่ไหนที่มีซุ้มประตูแบบนี้เลย สวยจัง......ประตูเค้าจะเตี้ยนะคะ เพราะต้องการให้ผู้ที่ลงไปตักน้ำก้มหัวทำความเคารพน้ำก่อนที่จะไปตักค่ะ...

อักษรขอมจารึกค่ะ แปลว่า สายน้ำผู้พิทักษ์ปราสาท ประมาณนี้นะคะถ้าจำไม่ผิด....น้องเค้าพูดคล่องค่ะแต่เก๋ความจำสั้น

ปราสาทก่ออิฐ 5 หลังค่ะ แต่หลังที่เป็นปราสาทประธานพังไปแล้วค่ะ ไม่สามารถบูรณะได้ค่ะ ทับหลังและหน้าบันของปราสาทประธานได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ส่วนข้อมูลปราสาทพนมรุ้งค่ะ มีแต่ยอดของปราสาทประธานค่ะที่เป็นของจริง ภาพต่อไปค่ะ

มุมนี้น้องเค้าบอกว่าเป็นมุมถ่ายภาพสวยค่ะ........สวยจริงๆใช่มั๊ยคะ

งั้นจบทริปนี้แค่นี้แล้วกันนะคะ หากข้อมูลผิดพลาดคาดเคลื่อนประการใดต้องขออภัยกรมศิลปากรไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ......แฮ่ะๆ

หากใครไปเที่ยวโบราณสถาน 2 ที่นี้ อย่าลืมพาน้องไกด์ไปด้วยนะคะ ข้อมูลเพียบค่ะ ให้ค่าเหนื่อยน้องเค้าเท่าไหร่ก็ได้ค่ะ แล้วแต่กำลังทรัพย์ที่มีค่ะ (ไม่เห็นมีน้องไกด์ที่พนมรุ้งเลย แต่มีเจ้าหน้าที่แน่นอนค่ะ)

ขอบคุณข้อมูลจาก Oceansmile.com ด้วยนะคะ

http://www.oceansmile.com/E/Buriram/Phanomrung.htm

http://www.oceansmile.com/E/Buriram/Merngtam.htm

 

edit @ 7 Jul 2009 21:08:54 by คนใน

edit @ 14 Jul 2009 16:31:48 by คนใน